12 เครื่องมือในการวางแผนภาษีเงินได้

พิจารณาจากตำรา “Income Tax Research and Planning (การสืบค้นและวางแผนภาษี)” ซึ่งผู้เขียนเคยใช้ศึกษาปริญญาโทที่อเมริกา ประกอบกับพอคเก็ตบุ๊คที่เพิ่งซื้อจาก Chicago เมื่อเดือนที่แล้ว พบข้อแนะนำที่ตรงกันคือ ผู้วางแผนภาษีควรใช้เครื่องมือ 12 ชิ้นต่อไปนี้ ประกอบการพิจารณา จึงจะมั่นใจได้เต็มร้อย

(1) กฎหมายภาษีเงินได้ ซึ่งก็คือ ประมวลรัษฎากร (ซึ่งปัจจุบัน คือ 1986 Internal Revenue Code นั่นเอง) เพราะเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับจัดเก็บภาษี

(2) ระเบียบปฏิบัติของสรรพากร (IRS Regulations) ก่อนอื่น ต้องเข้าใจเสียก่อนว่า กรมสรรพากร (ผู้บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล) มีหน้าที่หลัก 3 อย่าง คือ การบริหารจัดการ การวินิจฉัยและตัดสินข้อกฎหมาย (ในเบื้องต้น) และการออกกฎเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติต่างๆ ให้บรรลุถึงภารกิจ

ซึ่งหน้าที่ที่ 3 นี่แหละ ที่นักวางแผนภาษีพึงต้องศึกษาและใช้ประกอบการแนะนำลูกค้าของตน เพราะแม้ว่ากว่า 90% ของระเบียบฯ จะมิใช่กฎหมาย แต่เป็นการสะท้อนมุมมอง วิธีคิดของสรรพากร (ตัวอย่างของบ้านเราก็คือ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. ต่างๆ)

(3) หนังสือตอบข้อหารือ และแนวปฏิบัติของสรรพากร (Revenue Rulings and Revenue Procedures) หนังสือตอบข้อหารือ แม้จะเป็นการตอบเฉพาะรายตามกรณีที่ถาม และแนวปฏิบัติ (Procedure) แม้จะเป็นประเพณีปฏิบัติ แต่นักวางแผนภาษีก็ควรต้องทราบและพิจารณา มิใช่หรือ?

(4) ประกาศและคำสั่งกรมสรรพากร (Announcement or Notice) ก็มีค่าเท่ากับหนังสือตอบข้อหารือ และเป็นการสะท้อนแนวปฏิบัติ เช่นกัน

(5) ข่าวสารและคำชี้แจง (News and Information Release) ซึ่งออกผ่านสื่อมวลชนต่างๆ แม้จะไม่มีคุณค่าในการอ้างอิงทางกฎหมาย แต่ก็พึงนำไปประกอบการพิจารณาเช่นกัน

(6) บันทึกความเห็นของส่วนงานกฎหมาย (Legal Consel Memorandum) ซึ่งเป็นความเห็นในข้อกฎหมายในประเด็นภาษีที่ฝ่ายบริหารของสรรพากรร้องขอมา (ขณะนี้ไม่มีการเผยแพร่แล้ว แต่ข้อมูลในอดีตบางส่วนยังคงมีผลใช้ได้อยู่)

(7) ผลทางปฏิบัติต่อคำสั่งศาล ซึ่งจะมีทั้งกรณีที่สรรพากรเห็นพ้องและไม่เห็นพ้องต่อคำพิพากษา ข้อมูลดังกล่าวจะทำให้ผู้วางแผนภาษีตัดสินใจได้ดีขึ้น

(8) การตอบข้อหารือเฉพาะราย (Private Letter Ruling) กรณีมีประเด็นข้อกฎหมายของลูกค้า หากเรามีหนังสือหารือกรมสรรพากร เพื่อให้วินิจฉัยออกมา ก็จะชัดเจนและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อลูกค้า

(9) หนังสือตอบจากส่วนกลางไปยังสรรพากรพื้นที่ (Technical Advice Memorandum) ย่อมมีประโยชน์ต่อการวางแผนภาษีในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกรณีของเราอย่าง ยิ่ง

(10) คู่มือการเสียภาษีของสรรพากร (Internal Revenue Manual) ซึ่งจะอธิบายหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และระเบียบการเสียภาษี จึงเป็นการเพิ่มความมั่นใจของเรายิ่งขึ้น

(11) แนวการตรวจสอบภาษีกิจการต่างๆ ซึ่งกรมสรรพากรแจ้งเป็นคู่มือแก่ Tax Agent และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีของตน เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นในการสอบทานความถูกต้องของแต่ละประเภทกิจการ ทำให้เราทราบถึงจุดที่สรรพากรเพ่งเล็งหรือเน้นพิจารณาเป็นพิเศษ เป็นต้น

(12) เอกสารเผยแพร่ต่างๆ ของสรรพากร อาทิ สรรพากรสาส์น เป็นต้น ก็เป็นข้อมูลที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการวางแผนภาษีได้เช่นกัน

อมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.