แม้ว่าหลักเกณฑ์ภาษีอากรของอเมริกาจะแตกต่างจากของไทยเรา แต่แนวคิดและวิธีการของเขาย่อมสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับกรณีเทียบเคียงของ เราได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น
(1) ปรับเงินลงทุนระยะสั้นเป็นเงินลงทุนระยะยาว เพราะในอเมริกาได้แยกเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น 2 ส่วนคือ เงินได้ปกติทั่วไป (เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง กำไรจากธุรกิจการค้า เป็นต้น) กับผลได้จากทุน (Capital gains income) เช่น กำไรจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ ฯลฯ เนื่องจากอัตราภาษีสำหรับเงินได้ปกติ และผลได้จากเงินลงทุนระยะสั้นเป็น 35% แต่กรณีเงินลงทุนระยะยาวจะถูกเก็บภาษีเพียง 15% เท่านั้น
กลวิธีวางแผนภาษี (Planning tip) แบบง่ายๆ ก็คือ ให้ผู้เสียภาษีถือครองหลักทรัพย์ไว้เกิน 1 ปี จึงค่อยขายออกไป ก็จะประหยัดเม็ดเงินภาษีได้ถึง 20% ทีเดียว
(2) กระจายการรับเงินได้ไปยังปีที่ได้ประโยชน์สูงสุด ตัวอย่างเช่น แองเจลิน่า โจลี่ สาวโสดสวยแห่งนิวยอร์ก ได้รับทราบจากบริษัทว่าตนจะได้รับโบนัส 100,000 USD ในเดือนธันวาคม 2005 ซึ่งจะทำให้ฐานเงินได้ของเธอสูงเกินขีดที่จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากระบบ Alternative minimum tax (AMT) ดังนั้น การขอให้บริษัทเลื่อนจ่ายโบนัสดังกล่าวออกไปเป็นเดือนมกราคม 2006 จะทำให้เธอประหยัดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี 2005 ถึง 6,500 USD เป็นต้น
(3) โฮมออฟฟิศ ก็มีส่วนช่วยพิชิตภาษี ยุคสมัยนี้ การมีอาชีพเสริมนอกจากจะสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวแล้ว ก็อาจช่วยประหยัดภาษีได้ เพราะรัฐต้องการสนับสนุน SMEs ที่ขาดทุนในปีแรกๆ สามารถนำผลขาดทุนไปหักลดรายได้ปกติได้ถึง 20 ปี เช่น หักจากเงินเดือนค่าจ้าง จากการทำงานในบริษัทฯ เป็นต้น
นอกจากนั้น ถ้าสามารถโยงใยถ้าใช้บ้านเป็นสถานธุรกิจ (อาชีพเสริม) ก็สามารถวางแผนดึงเอารายจ่ายของบ้านมาสู่โฮมออฟฟิศได้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าภาษีบำรุงท้องถิ่น ค่าเสื่อมราคารถยนต์ ค่าน้ำมัน ค่าเสื้อผ้า อาหาร ในขณะปฏิบัติงาน เป็นต้น
ฯลฯ
ส่งท้าย
ช่องโหว่ของกฎหมายภาษี (Tax Loopholes) มีอยู่ในทุกประเทศ บางส่วนก็เป็นนโยบายและความจงใจของรัฐบาลในการสนับสนุนภาคธุรกิจ โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
แต่ก็เป็นสัจธรรมอีกเช่นกัน ที่ว่าผู้เสียภาษีของแทบทุกประเทศ มักเข้าไม่ถึงและปิดกั้นตนเอง จนต้องเสียภาษีสูงเกินจำเป็นอยู่ร่ำไป…นี่ถ้ายอมเปิดใจและสนใจสักนิด ทุกคนย่อมมีสิทธิพิชิตภาษีได้แน่นอน
เรื่อง : อมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์ / amornsak@tax-thai.com
วันที่: 2005-11-21